รายงานสถิติตลาดรถยนต์ประเทศไทยปี 2558 ระหว่างมกราคม-พฤศจิกายน พบว่า ตลาดยอดขายรถยนต์รวมภายในประเทศ 698,163 คัน ลดลง 11.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในด้านยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 1,118,245 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 7.63% ส่วนยอดการผลิตรถยนต์ในเดือนมกราคม-พฤศจิกายน 2558 จำนวนทั้งสิ้น 1,760,310 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน คิดเป็น 1.97%
การจัดอันดับปริมาณการขายรถยนต์รวมระยะ 11 เดือน ค่ายรถที่ทำยอดขายได้มากที่สุด
อันดับที่ 1 ได้แก่ โตโยต้า 237,439 คัน ลดลง 19.2% ส่วนแบ่งตลาด 34.0%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 124,292 คัน ลดลง 14.1% ส่วนแบ่งตลาด 17.8%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 99,635 คัน เพิ่มขึ้น 7.0% ส่วนแบ่งตลาด 14.3%
ประเภทตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลมีปริมาณยอดขายรวม 264,464 คัน ลดลงจากปีก่อน 20.6%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 94,155คัน ลดลง 30.8% ส่วนแบ่งตลาด 35.6%
อันดับที่ 2 ฮอนด้า 68,999 คัน ลดลง 18.4% ส่วนแบ่งตลาด 26.1%
อันดับที่ 3 มาสด้า 23,059 คัน เพิ่มขึ้น 55.6% ส่วนแบ่งตลาด 8.7%
สำหรับประเภทตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง หรือพีพีวี) มีปริมาณการขาย 342,910 คัน ลดลง 9.5% ได้แก่
อันดับที่ 1 โตโยต้า 134,544 คัน ลดลง 9.4% ส่วนแบ่งตลาด 39.2%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 112,477 คัน ลดลง 15.2% ส่วนแบ่งตลาด 32.8%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 35,776 คัน ลดลง 0.3% ส่วนแบ่งตลาด 10.4%
การจัดอันดับเฉพาะยอดขายขายรถพีพีวีขนาด 1 ตัน มียอดขายรวม 53,321 คัน เรียงตามลำดับ ได้แก่
โตโยต้า 24,334 คัน มิตซูบิชิ 13,510 คัน อีซูซุ 10,599 คัน ฟอร์ด 3,568 คัน เชฟโรเลต 1,310 คัน
ประเภทตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ มียอดขายรวม 433,704 คัน ลดลง 5.6%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 143,284 คัน ลดลง 9.2% ส่วนแบ่งตลาด 33.0%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 124,292 คัน ลดลง 14.1% ส่วนแบ่งตลาด 28.7%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 35,776 คัน ลดลง 0.3% ส่วนแบ่งตลาด 8.2%
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) เปิดเผยข้อมูลการตลาดในเดือนพฤศจิกายนปี 2558 ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศมีจำนวนทั้งสิ้น76,421 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 4.6% นับว่ายอดขายปรับเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 31 เดือน จุดที่น่าสังเกตคือแรงหนุนจากยอดขายรถกระบะดัดแปลง หรือพีพีวี ซึ่งจะมีราคาสูงขึ้นภายหลังโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 โดยคิดอัตราภาษีตามปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น ทำให้ยอดขายรถพีพีวีเติบโตถึง 199%
ด้านยอดการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือนพฤศจิกายน 2558 มีจำนวนทั้งสิ้น 101,650 คัน ลดลงจากเดือนพฤศจิกายนปีก่อน 4.64% คิดเป็นมูลค่า 54,615.81 ล้านบาท ขณะที่การผลิตรถยนต์ทั้งหมดในเดือนพฤศจิกายน รวมทั้งสิ้น 163,170 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3.25% โดยได้อานิสงส์จากการเพิ่มปริมาณผลิตรถกระบะรุ่นใหม่เพื่อส่งออกและรถพีพีวีเพื่อจำหน่ายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ยอดขายรถยนต์นั่งและรถกระบะยังชะลอตัว สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจในประเทศยังไม่ฟื้นตัว ประกอบกับการเข้มงวดในเรื่องการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์ด้วย
ยอดขายรถยนต์สะสมตลอดระยะ 11 เดือน มีปริมาณยอดขายโดยรวมลดลง 5.6% โดยแบ่งเป็นยอดขายรถยนต์นั่ง มีอัตราการเติบโตลดลง 20.6% รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ลดลง 5.6% เนื่องจากกำลังซื้อยังคงไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่อง
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง วิเคราะห์สถานการณ์ตลาดรถยนต์ในปี 2559 จะใกล้เคียงกับปี 2558 โดยมีปัจจัยบวกจากนโยบายและโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่เริ่มเป็นรูปธรรมมากขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำ
อย่างไรก็ดี ยังคงมีปัจจัยลบในเรื่องความเข้มงวดของสถาบันการเงิน ตลาดส่งออกยังคงเผชิญผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน อัตราเติบโตของยอดขายขยายตัวช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2558 เหตุผลส่วนหนึ่งมาจากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภาษีใหม่ เป็นที่คาดว่าคาดว่าช่วงต้นปี 2559 ยอดจองรถยนต์ใหม่อาจจะลดลง เนื่องจากรถยนต์หลายรุ่นมีการปรับราคาขึ้น ขณะที่ปริมาณการส่งมอบสูงขึ้นเป็นผลสืบเนื่องจากยอดจองตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา เกาะติดข่าวสารด้านรถยนต์อัพเดต โดย Master Certified Usedcar (ศูนย์รวม รถมือสอง คุณภาพดี)
อัพเดทข่าวสารผ่านทาง LINE
ไม่พลาดทุกโปรโมชั่นสุดคุ้มให้คุณได้รับทราบ
Add Friend ที่ ID : @masterusedcar